สัตว์ประจำชาติอาเซียน

 

สัตว์ประจำชาติอาเซียน

Posted on 28/08/2012 by

 

สัตว์ประจำชาติ

ไทย : ช้าง

ลาว : ช้าง

พม่า : เสือโคร่ง

กัมพูชา : กูปรี

ฟิลิปปินส์ : ควายคาราบาว,นกอินทรีฟิลิปปินส์,ปลาชะลิน

มาเลเีซีย : เสือโคร่ง,นกเงือกหัวแรด

อินโดนีเซีย : ปลาอโรวาน่าเอเีชีย,มังกรโคโมโด,เหยี่ยวดงชวา

สิงคโปร์ : เมอร์ไลออน (สิงโตทะเลที่เป็นสัญลักษณ์ของสิงคโปร์),นกกินปลีสีแดงสด,ปลาแบสนกยูง

เวียดนาม : เสือโคร่ง,ควาย,มังกร

บรูไน : เสือโคร่ง

วัฒนธรรมอินโดนีเซีย

 

วัฒนธรรมอินโดนีเซีย

 

วัฒนธรรมอินโดนีเซีย

วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม
ชาวบาหลีมีความเป็นมิตรและน้ำใจไมตรีสูงมาก และยังคงเป็นผู้ที่มีประเพณีเป็นหัวใจของการดำรงชีวิต นักท่องเที่ยวควรให้ความเคารพต่อประเพณีและทัศนคติของชาวบาหลี ข้อควรปฏิบัติ คือ ห้ามใช้มือข้างซ้ายในการให้หรือรับของ และชี้นิ้ว (เนื่องจากมือข้างซ้ายใช้สำหรับทำกิจกรรมในห้องน้ำ) ห้ามกระดิกนิ้ว หากต้องการซื้อสินค้าใดๆ ควรตกลงราคาให้แน่นอนก่อนซื้อ ไม่ควรต่อรองหากไม่ต้องการซื้อ และควรต่อรองราคาครึ่งต่อครึ่ง และดูท่าทีของผู้ขายเพื่อต่อรองราคาต่อไป ควรเก็บเงินก้อนใหญ่ที่มีติดตัวให้มิดชิด ไม่ควรใส่ชุดว่ายน้ำนอกบริเวณสระว่ายน้ำและชายหาด ควรถอดรองเท้าวางไว้บริเวณข้างบันไดก่อนเข้าบ้าน หากต้องเข้าเขตสถานที่ราชการต้องสวมรองเท้า เสื้อมีปก หากใส่กระโปรงควรเป็นแบบสุภาพ และหากนักท่องเที่ยวจะเข้าวัด ต้องไม่สวมกางเกงขาสั้น จะต้องมีผ้าคาดเอว และผู้หญิงต้องไม่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน เนื่องจากชาวบาหลีมีความเชื่อว่าผืนดินศักสิทธิ์ไม่ควรได้รับมลทินจากโลหิต เมื่อมีขบวนพิธีแห่ ชาวบ้านมักคุกเข่าให้ความเคารพควรหลบออกมาทางด้านข้างหรือด้านหลังไม่ควรยืนกลางหมู่ชนที่กำลังคุกเข่า

วัฒนธรรมกัมพูชา

วัฒนธรรมกัมพูชา

ประวัติศาสตร์อันยาวนานของศาสนาได้เป็นแหล่งสำคัญของแรงบันดาลใจทางวัฒนธรรม กว่าเกือบสองพันปีกัมพูชาได้มีการพัฒนาที่ไม่ซ้ำกัน เขมร เชื่อจาก syncreticism ของชนพื้นเมือง animistic ความเชื่อและศาสนาของอินเดีย พุทธศาสนา และ ศาสนาฮินดู . วัฒนธรรมและอารยธรรมอินเดียรวมถึงภาษาและศิลปะของแผ่นดินใหญ่ไปถึง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รอบ 1 ศตวรรษ เป็นที่เชื่อกันโดยทั่วไปว่าพ่อค้าเดินเรือนำศุลกากรและวัฒนธรรมอินเดียไปยังท่าเรือริมอ่าว ไทย และแปซิฟิกเส้นทางที่จะไปทำการค้ากับ ประเทศจีน . อาณาจักรฟูนัน ได้มากที่สุดน่าจะเป็นรัฐแรกที่เขมรได้รับประโยชน์จากการไหลเข้าของอินเดียความคิดนี้
สถาปนิก และ ประติมากร ที่สร้างวัดวาอารามที่แมปโลกจักรวาลในหิน เขมรตกแต่งแรงบันดาลใจจากศาสนาและสิ่งมีชีวิตที่เป็นตำนานจาก ศาสนาฮินดู และ ศาสนาพุทธ ถูกแกะสลักบนผนัง วัดถูกสร้างขึ้นตามกฎของสถ​​าปัตยกรรมเขมรโบร​​าณที่บอกว่ารูปแบบวัดขั้นพื้นฐานรวมถึงศาลกลางลาน, ผนังปิดล้อมและคูเมือง ลวดลายเขมรใช้สิ่งมีชีวิตจำนวนมากจากพุทธและฮินดูเช่น Royal Palace ใน พนมเปญ ใช้ลวดลายเช่น ครุฑ , นกที่เป็นตำนานในศาสนาฮินดู สถาปัตยกรรมของกัมพูชาที่พัฒนาในขั้นตอนภายใต้ จักรวรรดิเขมร จาก 9 ไปในศตวรรษที่ 15, เก็บรักษาไว้ในอาคารหลายแห่ง นคร วัด ซากของสถ​​าปัตยกรรมฆราวาสจากเวลานี้จะหายากเป็นเพียงอาคารทางศาสนาที่ทำจากหิน สถาปัตยกรรมของช่วงอังกอร์ที่ใช้คุณสมบัติที่มีโครงสร้างและรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการหลักที่ใช้ในวันที่วัดพร้อมกับจารึก

วัฒนธรรมเวียดนาม

ด้านศิลปวัฒนธรรมของเวียดนาม มีความแตกต่างกับศิลปวัฒนธรรมของไทยอย่างมาก ที่เป็น อย่างนี้เป็นเพราะเวียดนามถูกปกครองโดยประเทศจีนมาหลายครั้งหลายหน จนอาจเรียกได้ว่า อารยธรรม วัฒนธรรม ของเวียดนาม คือ วัฒนธรรมของประเทศจีน นั่นเอง โดยเฉพาะทางด้านศิลปของโบราณสถาน ต่าง ๆ อาทิ พระราชวัง วัด สุสาน ฯลฯ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันจนไม่สามารถแยกออกให้เห็นอย่าง เด่นชัด แม้ในช่วงหลังมานี้ เวียดนามอาจได้รับอิทธิพลจากประเทศฝรั่งเศล และญี่ปุ่นอยู่บ้าง แต่ใน ภาพรวมแล้วจะคล้ายคลึงกับประเทศจีน และมีหลักฐานให้เห็นอยู่ทั่วไปบริเวณสองข้างทางที่พวกเราผ่านไป เกือบทุกถนน

วัฒนธรรมบรูไน

วัฒนธรรมและประเพณีของ มีดังนี้…….

สตรีชาวบรูไนจะแต่งกายมิดชิด นุ่งกระโปรงยาว เสื้อแขนยาว และมีผ้าโพกศีรษะ
คนต่างชาติ จึงไม่ ควรนุ่งกระโปรงสั้น และใส่เสื้อไม่มีแขน ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเหลือง เพราะถือเป็นสีของพระมหากษัตริย์ การทักทายจะจับมือกันเบาๆ และสตรีจะไม่ ยื่นมือให้บุรุษจับ การชี้นิ้วไปที่คนหรือสิ่งของถือว่าไม่สุภาพ แต่ จะใช้หัวแม่มือชี้แทน และจะไม่ใช้มือซ้ายในการส่งของให้ผู้อื่น
สตรีเวลานั่งจะไม่ให้เท้าชี้ไปทางผู้ชาย และไม่ ส่งเสียงหรือหัวเราะดัง

ภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร

ภาษาราชการของบรูไนคือภาษามาเลย์ ซึงเป็นภาษาที่ชาวบรูไนใช้กัน มากเนื่องจากชาวบรูไนร้อยละ 66 มีเชื้อสายมาเลย์ อย่างไรก็ตาม ชาวบรูไนส่วนใหญ่สามารถพูดภาษาอังกฤษ ได้ และสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อธุรกิจได้เช่นกัน รวมไปถึงภาษาจีนซึง เป็นภาษาที่มีการใช้กันมาก เนื่องจากมีชาวบรูไนเชื้อสายจีนอยู่ถึงร้อยละ 11 การเรียนรู้ภาษามาเลย์จะช่วยสร้างความประทับใจให้คู่เจรจา ชาวบรูไนได้
การรับประทานอาหารร่วมกับชาวบรูไน
โดยเฉพาะคู่เจรจาที่เป็นชาวมุสลิมควรระมัดระวังการสั่ง อาหารที่เป็นเนื้อหมูและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากผิดหลักปฏิบัติของศาสนาอิสลาม และอาจขอให้คู่ เจรจาชาวบรูไนช่วยเลือกร้านอาหาร ทั้งนี้บรูไนไม่มีวัฒนธรรมการให้ทิปในร้านอาหาร ในกรณีที่เป็น ร้านอาหารขนาดใหญ่จะมีการเก็บค่าบริการเพิ่มร้อยละ 10 อยู่แล้ว

วัฒนธรรมพม่า

วัฒนธรรมของพม่า

อาจกล่าวได้ว่า หากคุณเกิดเป็นลูกชายในครอบครัวชาวไทยใหญ่ ไม่ว่าจะยากดีมีจนแค่ไหน พ่อแม่ญาติพี่น้องจะต้องอยากเห็นคุณเข้าร่วมพิธีกรรมที่มีชื่อว่า ปอยส่างลอง สักครั้งในชีวิต เพราะพิธีกรรมนี้คือความภาคภูมิใจของพ่อแม่และชุมชนไทยใหญ่ที่ได้เห็นบุตรหลานของตนเปลี่ยนสถานภาพจากเด็กชายในโลกปุถุชนไปเป็นสามเณรในโลกธรรมะ

ปอยส่างลอง เป็นภาษาไทยใหญ่ คำว่า ปอย หมายถึง งานหรือพิธี ส่วนคำว่า ส่างลอง หมายถึง ผู้ที่จะบรรพชาเป็นสามเณรหรือส่าง รวมแล้วหมายถึง พิธีบรรพชาสามเณร นั่นเอง เชื่อกันว่า หากลูกชายได้ผ่านพิธีกรรมนี้จะได้อานิสงค์ 8 กัลป์ ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าภาพบวชลูกผู้อื่นจะได้อานิสงค์ 4 กัลป์

ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีโรงเรียน การบรรพชาเป็นสามเณรนอกเหนือจากเป็นโอกาสของบุตรชายที่จะได้ทดแทนบุญคุณมารดาแล้ว ยังเป็นโอกาสในการศึกษาเล่าเรียนวิชาความรู้อีกด้วย ตามปกติ ปอยส่างลองมักจะจัดขึ้น เมื่อสิ้นฤดูการเก็บเกี่ยว คือประมาณเดือนมีนาคม- เมษายนของทุกปี แต่ละหมู่บ้านจะมีการประชุมตกลงกันว่าจะจัดในช่วงเวลาไหน โดยจะไม่ให้ตรงกับที่อื่น เพื่อที่จะได้มีโอกาสไปร่วมงานปอยส่างลองในหมู่บ้านอื่น ๆ ได้

โดยปกติ ปอยส่างลอง มักจะจัดกันประมาณ 5 – 7 วัน พ่อแม่หรือผู้ปกครองของส่างลองจะต้องเตรียมข้าวของเงินทองและเครื่องใช้สำหรับจัดงานและเสาะหาผู้ที่จะมาดูแลส่างลองทั้งชายและหญิง หรือที่เรียกกันว่า“แม่เลี้ยงสาว”และ“ป้อเลี้ยงหม่าว” โดยจะต้องมีเป็นคู่ อาจจะมี 2 – 3 คู่ ป้อเลี้ยงหม่าวจะคอยผลัดเปลี่ยนกันแบกส่างลอง ส่วนแม่เลี้ยงสาวจะดูแลเรื่องข้าวปลาอาหารและการแต่งตัว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นญาติ ๆ หรือคนที่รู้จักสนิทสนมกัน

ก่อนถึงวันงาน บรรดาผู้ปกครองและญาติ ๆ จะพาส่างลอง ไปโกนผมที่วัด จากนั้น ส่างลองจะต้องนุ่งขาวห่มขาวและรับศีลห้า จากพระสงฆ์ จากนั้นบางแห่งจะมีการเดินขบวนกันไปขอขมาและเดินทางไปยังศาลเจ้าประจำหมู่บ้านเป็นการบอกกล่าวว่าจะมีการจัดปอยส่างลองขึ้น

วัฒนธรรมฟิลิปปินส์

ศาสนา Religion

ประเทศฟิลิปปินส์จัดเป็นประเทศที่มีคนนับศาสนาคริสต์นิกายคาอธอลิกที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก มีคนนับถือนิกายโปรเตสแตนท์มากเป็นอันดับ 13 ของโลก นับถืออิสลามมากเป็นอันดับที่ 40 เป็นพวกนับถือฮินดูมาเป็นอันดับที่ 7 และนับถือพุทธศาสนามากเป็นอันดับที่ 17 ของโลก

แต่โดยส่วนใหญ่จัดว่าเป็นพวกนับถือคริสศาสนา ร้อยละ 92 ของชาวฟิลิปปินส์เป็นชาวคริสเตียน และร้อยละ 83 เป็นโรมันแคธอลิก และร้อยละ 9 เป็นชาวโปรแตนท์ แม้ชาวฟิลิปปินส์จะได้รับอิทธิพลด้านศาสนาจากตะวันตกมาก แต่ก็ยังมีพวกนับถือประเพณีท้องถิ่นเดิม

วัฒนธรรม   Culture

อิทธิพลวัฒนธรรมจากสเปนและเมกซิโก เรียกว่า Hispanic Influences ที่มีมากกว่า 300 ปี ในช่วงการปกครองแบบอาณานิคม จะเห็นได้จากความเชื่อในศาสนาคาธอลิกงานประเพณีทางศาสนาในทุกปี ฟิลิปปินส์จะมีงานรื่นเริง เรียกว่า Barrio Fiesta เป็นการฉลองนักบุญของเมือง หมู่บ้านและเขตการปกครองต่างๆ มีการประกอบพิธีทางศาสนา การเดินขบวนในเมืองฉลองนักบุญ การจุดพลุไฟ การประกวดความงามและ การเต้นรำ รวมทั้งมีการตีไก่